ดูเฮ้าส์ ครบเครื่อง เรื่องบ้าน
บ้านมือสองคุณภาพ ที่เราใส่ใจทุกรายละเอียด ตั้งแต่การตรวจสอบสภาพบ้าน การให้ข้อมูลที่เป็นจริง ไปจนถึงบริการหลังการขาย
กรุณาเลือกประเภทอสังหา
กรุณาเลือกจังหวัด
กรุณาเลือกราคาเริ่มต้น
กรุณาเลือกราคาสูงสุด
Search

ทำไมคนรุ่นใหม่ไม่ซื้อบ้าน เจาะลึกวิกฤต หรือแค่เปลี่ยนความคิด?

ทำไมคนรุ่นใหม่ไม่ซื้อบ้าน เจาะลึกวิกฤต หรือแค่เปลี่ยนความคิด?

ทำไมคนรุ่นใหม่ไม่ซื้อบ้าน เจาะลึกวิกฤต หรือแค่เปลี่ยนความคิด?

“เมื่อก่อนใครๆ ก็อยากมีบ้านเป็นของตัวเอง… แต่ทำไมวันนี้ภาพนั้นถึงดูเลือนลางในสายตาของคนรุ่นใหม่?” คำถามนี้ดังก้องอยู่ในวงสนทนาของหลายครอบครัว ในที่ประชุมของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ และในความคิดของหนุ่มสาววัยทำงานทั่วประเทศ สถานการณ์ที่ดูเหมือนจะเป็น “วิกฤตเงียบ” ในตลาดอสังหาฯ กำลังเผยให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในค่านิยมและกำลังซื้อของคนรุ่นใหม่

หลายคนอาจมองว่าเป็นการ “ไม่เอาถ่าน” หรือ “ไม่รู้จักเก็บออม” แต่หากเราลองถอดแว่นตาของผู้ใหญ่ที่คุ้นเคยกับยุคสมัยหนึ่ง แล้วสวมแว่นตาของคนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบัน เราอาจจะเข้าใจถึงเหตุผลที่ซับซ้อนเบื้องหลังการตัดสินใจที่ดูเหมือนจะสวนทางกับความเชื่อเดิมๆ

SCB EIC ได้ออกมาฉายภาพให้เห็นถึงแนวโน้มที่ไม่สดใสของตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยคาดการณ์ว่าอาจจะติดลบต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ซึ่งเป็นสัญญาณที่น่ากังวลอย่างยิ่ง ปัจจัยสำคัญที่ถูกหยิบยกมาคือ “กำลังซื้อประชาชนแผ่ว” ราคาสินค้าและค่าครองชีพที่สูงขึ้น สวนทางกับรายได้ที่เติบโตช้า ทำให้เงินเก็บออมเพื่อดาวน์บ้านกลายเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญ ยิ่งไปกว่านั้น สถาบันการเงินยังเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ทำให้โอกาสที่คนรุ่นใหม่จะเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อซื้อบ้านยิ่งน้อยลงไปอีก

“เคยไหมที่มองหาบ้านในฝัน แต่ราคาที่เห็นกลับเหมือนอยู่คนละโลกกับเงินในกระเป๋า?” นี่คือความรู้สึกที่คนรุ่นใหม่จำนวนมากต้องเผชิญ ราคาที่ดินและวัสดุก่อสร้างที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้ราคาที่อยู่อาศัยใหม่ๆ เกินเอื้อมสำหรับคนเพิ่งเริ่มต้นชีวิตการทำงาน แม้แต่คอนโดมิเนียมขนาดเล็กในทำเลที่ไม่ไกลจากเมืองนัก ก็ยังมีราคาที่ต้องคิดหนัก ผ่อนนานจนแทบจะหมดวัย

นอกจากปัจจัยภายในประเทศแล้ว “กำลังซื้อจากชาวต่างชาติที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น” ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นที่น่าจับตามอง แม้ว่าชาวต่างชาติจะเป็นกลุ่มผู้ซื้อที่มีศักยภาพ แต่ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและนโยบายต่างๆ ก็อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทยได้

ถึงแม้รัฐบาลจะพยายามออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่ดูเหมือนว่ามาตรการเหล่านั้นจะยัง “จำกัดเฉพาะกลุ่มที่มีความพร้อมทางการเงิน” อยู่ดี คนรุ่นใหม่ที่ยังอยู่ในช่วงสร้างเนื้อสร้างตัว หรือเพิ่งเริ่มต้นการทำงาน อาจจะไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการเหล่านี้เท่าที่ควร

“แล้วทางออกของปัญหานี้คืออะไร? ผู้ประกอบการและภาครัฐควรปรับตัวอย่างไรในวันที่ ‘บ้าน’ ไม่ใช่เป้าหมายอันดับหนึ่งของคนรุ่นใหม่อีกต่อไป?”

SCB EIC ได้ให้คำแนะนำที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ว่าควร “เลือกทำเลที่ไม่มีหน่วยเหลือขายสะสมเยอะ” นั่นหมายความว่าต้องเข้าใจความต้องการของตลาดอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่สร้างตามๆ กันไป แต่ต้องมองหา “ช่องว่าง” และพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ผู้ซื้อแต่ละกลุ่มให้ตรงจุด

การ “ตอบโจทย์ผู้ซื้อแต่ละกลุ่มให้ตรงจุด” เป็นกุญแจสำคัญในยุคที่ความต้องการมีความหลากหลายมากขึ้น บางคนอาจจะมองหาคอนโดมิเนียมขนาดกะทัดรัด ใกล้รถไฟฟ้า เพื่อความสะดวกในการเดินทาง บางคนอาจจะต้องการทาวน์โฮมที่มีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น แต่ราคายังเข้าถึงได้ หรือบางคนอาจจะสนใจโครงการที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

การ “ขยายตลาดผู้ซื้อชาวต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูง” ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ แต่ผู้ประกอบการต้องศึกษาตลาดและความต้องการของกลุ่มลูกค้าเหล่านี้อย่างละเอียด รวมถึงเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงและความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น

ที่สำคัญที่สุดคือการ “บริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ” ในยุคที่ต้นทุนต่างๆ ปรับตัวสูงขึ้น การควบคุมและลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำเสนอสินค้าในราคาที่แข่งขันได้ และยังคงรักษาผลกำไรที่เหมาะสม

ผลประกอบการในไตรมาสแรกของปีที่ผ่านมาที่ “ลดลง” ของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ก็เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์กำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างแท้จริง และผู้ประกอบการต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อความอยู่รอด

ข้อมูลที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือ “ผู้ซื้อ Gen Y และ Gen Z ส่วนใหญ่สนใจเช่ามากกว่าซื้อ” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงค่านิยมที่เปลี่ยนไป คนรุ่นใหม่อาจจะให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่น อิสระในการเปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัยตามความก้าวหน้าในชีวิต และอาจจะมองว่าการเช่าเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในระยะสั้น เมื่อเทียบกับภาระทางการเงินที่มาพร้อมกับการเป็นเจ้าของบ้าน

“การเช่า… คือการยอมแพ้ หรือคือทางเลือกที่ชาญฉลาดในยุคที่ทุกอย่างไม่แน่นอน?” คำถามนี้อาจจะไม่มีคำตอบที่ตายตัว แต่สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองที่แตกต่างของคนรุ่นใหม่ พวกเขาอาจจะมองว่าการเช่าช่วยลดภาระหนี้สิน ทำให้มีเงินเหลือไปลงทุนในด้านอื่นๆ หรือใช้จ่ายเพื่อประสบการณ์ชีวิตที่พวกเขาให้ความสำคัญ

บทเรียนที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม

  1. กำลังซื้อที่แท้จริงคือหัวใจสำคัญ: ผู้ประกอบการต้องเข้าใจถึงศักยภาพและข้อจำกัดทางการเงินของกลุ่มเป้าหมายหลัก โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่อาจจะมีภาระค่าใช้จ่ายอื่นๆ มากมาย
  2. ความยืดหยุ่นและความหลากหลายคือทางรอด: การพัฒนาโครงการที่ตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย ทั้งในด้านขนาด ราคา ทำเล และรูปแบบการใช้ชีวิต จะช่วยเพิ่มโอกาสในการขาย
  3. การบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพคือความยั่งยืน: การควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และการมองหาเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ช่วยลดต้นทุน จะทำให้ธุรกิจสามารถแข่งขันได้ในระยะยาว
  4. การเข้าใจค่านิยมที่เปลี่ยนไปของคนรุ่นใหม่คือโอกาส: การมองว่าการเช่าไม่ใช่ “คู่แข่ง” แต่เป็น “โอกาส” ในการสร้างรายได้ระยะยาว หรือการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่เน้นความสะดวกสบายและอิสระ อาจเป็นทางออกใหม่ๆ
  5. ความร่วมมือและการสนับสนุนจากภาครัฐยังคงจำเป็น: มาตรการที่เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้อย่างแท้จริง และการสนับสนุนให้สถาบันการเงินผ่อนปรนเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่ออย่างเหมาะสม จะช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้

ความคิดเห็นที่น่าสนใจ

เอาจริงๆ นะ เรื่องคนรุ่นใหม่ไม่ซื้อบ้านนี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลย มันสะท้อนหลายอย่างในสังคมเรา ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ ค่านิยมที่เปลี่ยนไป หรือแม้แต่ความมั่นคงในชีวิตที่ไม่แน่นอนเหมือนเมื่อก่อน ลองคิดดูสิว่ากว่าจะเก็บเงินดาวน์บ้านได้แต่ละบาทแต่ละสตางค์มันยากแค่ไหน ไหนจะค่าผ่อนรายเดือนที่ต้องแบกรับไปอีกหลายสิบปี แถมราคบ้านสมัยนี้ก็ไม่ใช่ถูกๆ เลย บางทีเช่าเอาอาจจะสบายใจกว่า ไม่ต้องผูกมัดตัวเอง แถมยังโยกย้ายไปไหนมาไหนได้ง่ายกว่าด้วย

สิ่งที่เราต้องตระหนักก็คือ “คนรุ่นใหม่ไม่ได้ ‘ไม่อยาก’ มีบ้าน แต่หลายครั้งพวกเขา ‘ไม่มีกำลัง’ หรือ ‘ยังไม่พร้อม’ ที่จะมี” ปัจจัยภายนอกต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ภาระหนี้สินอื่นๆ และราคาอสังหาริมทรัพย์ที่สูงเกินเอื้อม ล้วนเป็นอุปสรรคสำคัญ นอกจากนี้ ค่านิยมที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์และการใช้ชีวิตอย่างอิสระ ก็มีส่วนทำให้การเป็นเจ้าของบ้านไม่ใช่เป้าหมายอันดับหนึ่งของทุกคนอีกต่อไป

สรุปคนรุ่นใหม่ไม่ซื้อบ้านกันแล้วใช่ไหม?

แม้ว่าสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันจะดูท้าทาย แต่ทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสซ่อนอยู่ การทำความเข้าใจถึงความเปลี่ยนแปลงของกลุ่มผู้บริโภค โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ และการปรับตัวให้เข้ากับความต้องการที่หลากหลาย จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความสำเร็จในระยะยาว สำหรับคนรุ่นใหม่เอง การตระหนักถึงความท้าทายและวางแผนทางการเงินอย่างรอบคอบ จะช่วยให้พวกเขาสามารถบรรลุเป้าหมายในการมีที่อยู่อาศัยได้ในที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ หรือการเช่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการมี “บ้าน” ที่เป็น “บ้าน” จริงๆ ทั้งในแง่ของกายและใจ ที่ที่เราสามารถพักผ่อน เติบโต และสร้างความสุขได้อย่างแท้จริง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ธุรกิจ “อสังหาฯ” ทรุด คนรุ่นใหม่ไม่ซื้อบ้าน | BUSINESS WATCH | 25-05-68
อ่านบทความเพิ่มเติมของเราได้ที่นี่

บทความแนะนำ